ในช่วงหนึ่งของการแถลงประกาศ “เตรียมวางมือทางการเมือง” ของประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวหลายคนถามไปในทางเดียวกัน ว่าการยกเลิกลงสมัครชิงตำแหน่งรองผู้นำ หมายถึง “การเปิดทางให้ซาราใช่หรือไม่” หมายถึงน.ส.ซารา ดูเตร์เต บุตรสาวของผู้นำฟิลิปปินส์ ซึ่งดูเตร์เตตอบว่า “ใช่”

ด้านทำเนียบมาลากันยัง และพรรคประชาธิปไตยฟิลิปปินส์-พลังประชาชน หรือ “พีดีพี-ลาบัน” พรรคการเมืองสายกลาง-ซ้าย ซึ่งเป็นพรรคแกนนำรัฐบาลฟิลิปปินส์ชุดปัจจุบัน ยังปฏิเสธให้ความเห็นอย่างเป็นทางการ เช่นเดียวกับนายคริสโตเฟอร์ ลอว์เรนซ์ บอง เทโซโร โก หรือ “บอง โก” วุฒิสมาชิกชื่อดัง วัย 47 ปี ซึ่งเดินทางไปยื่นเอกสารสมัครต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในกรุงมะนิลา เมื่อวันเสาร์ ปฏิเสธตอบคำถามการที่ “เปลี่ยนใจ” จากการไม่รับเป็นตัวแทนพรรค ลงสมัครไม่ว่าในตำแหน่งผู้นำหรือรองผู้นำฟิลิปปินส์ แต่ท้ายที่สุดแล้ว บอง โก ส่วเอกสารสมัครในนามตัวแทนชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดี ของพรรคพีดีพี-ลาปัน

แม้ในวันเดียวกัน ซารา วัย 43 ปี เดินทางไปยื่นเอกสารสมัครรับเลือกตั้งที่เมืองดาเวา เพื่อรักษาตำแหน่งนายกเทศมนตรีให้ได้เป็นสมัยที่สองติดต่อกัน แต่ความเคลื่อนไหวของเธอแทบไม่ได้ลดความสงสัย และการคาดเดาของทุกฝ่าย ว่าบิดาของเธอและพรรคพีดีพี-ลาปัน จะสามารถ “โน้มน้าว” ให้เธอเดินทางมายังกรุงมะนิลา เพื่อประกาศเป็นตัวแทนพรรครัฐบาลในการชิงเก้าอี้ประธานาธิบดี

เนื่องจากย้อนกลับไปเมื่อปี 2558 ดูเตร์เตสื่นใบสมัครรับเลือกตั้งชิงตำแหน่งผู้นำฟิลิปปินส์ “ในนาทีสุดท้าย” และคว้าชัยชนะอย่างถล่มทลาย ขณะที่กำหนดการรับเอกสารของคณะกรรมการการเลือกตั้ง คือระหว่างวันที่ 1-8 ต.ค.นี้ และเมื่อยื่นใบสมัครไปแล้วไม่ว่าในตำแหน่งใด ยังสามารถถอนตัวและเปลี่ยนตัวได้อีก จนถึงวันที่ 15 พ.ย.นี้ บรรดาผู้สันทัดกรณีจึงคาดการณ์ว่า ซาราอาจทำแบบเดียวกัน

แม้จนถึงตอนนี้เธอยังคงยืนกรานปฏิเสธ ด้วยเหตุผลว่า ต้องการให้ความสำคัญ และสั่งสมประสบการณ์จากสนามการเมืองท้องถิ่นก่อน แต่ผลสำรวจความคิดเห็นชาวฟิลิปปินส์ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ยังคงปรากฏว่า เธอมีคะแนนนิยมนำเป็นอันดับหนึ่ง ในการเป็นประธานาธิบดีคนต่อไป ซึ่งจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 9 พ.ค.ปีหน้า